ต้นไม้หักล้มทับรถ เคลมประกันรถยนต์ได้มั้ย ใครเป็นคู่กรณี

47 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ต้นไม้หักล้มทับรถ เคลมประกันรถยนต์ได้มั้ย ใครเป็นคู่กรณี

ต้นไม้หักล้มทับรถ เคลมประกันรถยนต์ได้มั้ย  ใครเป็นคู่กรณี   

หลายคนหวังว่าร่มไม้จะช่วยบังแดดร้อน ๆ ให้รถ จึงเลือกจอดรถใต้ต้นไม้ แต่ต้องกลายมาหนึ่งในอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เช่น ต้นไม้หักใส่รถจนเกิดความเสียหาย แล้วแบบนี้จะเคลมประกันรถยนต์ได้มั้ย ทั้งในวันธรรมดา วันที่ฝนตกหนักพายุเข้าลมแรง ซึ่งการเกิดอุบัติเหตุลักษณะนี้ สรุปแล้วสามารถแจ้งเคลมประกันได้หรือเปล่า

ต้นไม้ล้มใส่รถ แบบนี้ใครจะเป็นคู่กรณี?
เมื่อเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ แล้วคุณเป็นฝ่ายถูก และเกิดการแจ้งเคลมประกันขึ้น บริษัทจะเรียกค่าสินไหมจากคู่กรณี (ฝ่ายผิด) ซึ่งในกรณี “ต้นไม้หักล้มทับรถ” แบบนี้ คู่กรณีจะเป็นใคร รู้ใจยก 3 ประเด็นที่ควรทำความเข้าใจมาให้แล้ว ไปดูวิธีเคลมประกันรถยนต์กันเลยดีกว่า

1. ต้นไม้ของหน่วยงานราชการ
หากต้นไม้ที่ล้มทับรถของคุณ อยู่ในความดูแลของหน่วยงานราชการ หน่วยงานนั้น ๆ จะถือเป็นคู่กรณี และคุณสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากคู่กรณีได้ นอกจากนี้ยังสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนในส่วนของ “ค่ารักษาพยาบาล” (หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บ) ได้อีกด้วย

2. จอดรถในที่ห้ามจอด
ต้องขอย้ำอีกครั้งว่าเหตุการณ์ต้นไม้หักล้มทับรถ เป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสถานการณ์ แต่ถ้าหากเหตุการณ์นั้น ๆ เกิดจาก “ความประมาท” ของเจ้าของรถหรือผู้เอาประกันเอง เช่น จอดรถในที่ห้ามจอดจนโดนต้นไม้หักล้มใส่รถ

บอกไว้ตรงนี้เลยว่า “เจ้าของรถหรือผู้เอาประกัน จะไม่สามารถเรียกร้องค่าสินไหมมทดแทนจากคู่กรณีได้” แถมยังต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดอีกด้วย

3. ต้นไม้ที่ล้มทับไม่มีเจ้าของ
นอกจากต้นไม้ล้มทับรถจะเกิดจากความประมาทได้แล้ว ก็ยังเป็น “เหตุสุดวิสัย” ได้ด้วย หากต้นไม้ต้นนั้นไม่มีเจ้าของ หาคนปลูกต้นไม้ไม่เจอ แน่นอนว่าเจ้าของรถหรือผู้เอาประกัน “ไม่สามารถเรียกค่าสินไหมจากคู่กรณีได้” แถมยังต้องจ่ายค่าซ่อมรถเองทั้งหมด

ในกรณีที่ 2 และ 3 เมื่อไม่มีคู่กรณี ก็จะไม่มีใครรับผิดชอบในส่วนนี้ แต่ถ้าหากคุณทำประกันรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้ ก็ไม่ต้องกังวลใด ๆ เพราะสามารถแจ้งเคลมประกันได้เพราะประกันรถยนต์ชั้น 1 จะคุ้มครองทั้งมีและไม่มีคู่กรณี แต่ประกันอื่น ๆ ไม่ว่าประกันชั้น 2, 2+, 3 หรือ 3+ ก็ไม่สามารถแจ้งเคลมได้

ภัยธรรมชาติทำต้นไม้หล่นทับรถ ประกันชั้นไหนคุ้มครองบ้าง?
กรณีที่ต้นไม้หักทับรถจาก “เหตุสุดวิสัย” เช่น พายุเข้า แผ่นดินไหว ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติ อย่างที่บอกว่าประกันชั้น 1 สามารถเคลมประกันรถยนต์ได้ พูดง่าย ๆ ว่าต่อให้ไม่รู้ว่าเจ้าของต้นไม้คือใคร หรือเกิดจากเหตุการณ์ใด ๆ ก็สามารถดำเนินการเคลมประกันได้ หากเหตุการณ์นั้นเป็นผลจากภัยธรรมชาติ แต่ในส่วนของประกันภัยรถยนต์ชั้นอื่น ๆ เช่น ชั้น 2, 2+, 3 และ 3+ ที่ให้ความคุ้มครองรองลงมา จะไม่คุ้มครองกรณีต้นไม้ล้มทับรถจากภัยธรรมชาติ รวมถึงการเคลมประกันรถยนต์ไม่มีคู่กรณี อย่างไรก็ตามให้สอบถามรายละเอียด และเงื่อนไขการรับประกันให้ดีก่อนทุก ๆ ครั้งที่ต้องทำหรือต่อประกันรถยนต์

ป้องกันต้นไม้หักล้มใส่รถได้อย่างไรบ้าง?
หากไม่อยากมานั่งปวดหัวกับการเคลมประกันไม่มีคู่กรณี สามารถเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยการ “ป้องกันรถจากอุบัติเหตุ” ที่อาจเกิดขึ้น โดยมีวิธีป้องกันที่คุณเองก็สามารถทำตามได้ง่าย ๆ ดังนี้

1. ตรวจสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน
โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ที่มีความเป็นไปได้สูงมาก ๆ ที่จะเกิดลมพายุ ฝนฟ้าคะนอง น้ำท่วม จนเป็นเหตุทำให้ต้นไม้ กิ่งไม้หล่นใส่รถได้ แนะนำให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อน ว่ามีลมแรงไหม วันนี้ฝนจะตกหนักหรือเปล่า เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

2. เลือกจุดจอดที่ปลอดภัย
หากต้องออกไปทำธุระข้างนอก และต้องจอดรถข้างทาง หรือสถานที่ที่มีต้นไม้เต็มไปหมด แนะนำให้หลีกเลี่ยงการจอดใต้ต้นไม้ใหญ่ เพราะถึงแม้ว่าต้นไม้จะไม่หล่นทับรถ แต่กิ่งไม้เล็ก ๆ อาจร่วงใส่หลังคารถได้ ยิ่งในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน ฝนตก ลมแรง ยิ่งไม่ควรจอดรถใต้ต้นไม้เด็ดขาด เพราะอาจทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหาย เนื่องจากต้นไม้ล้มทับรถได้นั่นเอง

3. ทำประกันรถยนต์
แม้ว่าการทำประกันรถยนต์จะไม่ใช่วิธีป้องกันทางตรง แต่ก็ถือเป็นวิธีป้องกัน “ทางอ้อม” ที่ดีมาก ๆ เพราะจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดการเรียกร้องค่าสินไหมจากคู่กรณีไม่ได้ บริษัทประกันก็จะเข้ามามีบทบาทในการรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

หรือในกรณีที่ต้นไม้มีเจ้าของ ทางบริษัทฯ ก็จะดำเนินการไล่สืบหาผู้กระทำผิดมาชดใช้ค่าเสียหาย โดยที่คุณไม่ต้องลงมือลงแรงเองเลยสักนิด แถมยังช่วยให้รู้สึกอุ่นใจตลอดการเดินทางอีกด้วย

จอดรถใต้ต้นไม้ อันตรายกว่าที่คิด
เชื่อว่าหลายคนมักปลูกต้นไม้ไว้บริเวณบ้าน เพื่อให้ร่มเงาทั้งกับตัวบ้านและตัวรถยนต์ โดยที่ลืมนึกไปถึงข้อเสียที่จะตามมา นอกจากจะเกิดเหตุการณ์ต้นไม้ล้มทับรถได้แล้วยังอาจเกิดอันตรายอื่น ๆ ตามมาได้อีกด้วย ดังนี้

   กลิ่นเหม็น ต้นไม้บางชนิดมีกลิ่นที่ค่อนข้างรุนแรง หากจอดรถใต้ต้นไม้เป็นเวลานาน ๆ อาจทำให้กลิ่นเหม็นติดรถได้
   สัตว์เลื้อยคลาน
   น้ำฝน ที่ตกลงมาบนต้นไม้ อาจชะล้างสิ่งสกปรกต่าง ๆ ตกลงมาบนรถ ทำให้รถเปื้อนหรือเกิดรอยต่าง ๆ ได้
   ความชื้น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “ต้นไม้คลายความชื้นออกมาตลอด” และความชื้นดังกล่าวอาจทำให้สีรถซีดจาง หรือเกิดคราบเชื้อราได้
   ขี้นกหรือยางต้นไม้ พวกนี้มีฤทธิ์เป็นกรดที่สามารถ “กัดกร่อน” ทำให้สีรถยนต์ของคุณได้รับความเสียหายได้ไม่ยากเลย

ถึงแม้ว่าบางอย่างจะสามารถเคลมประกันแบบไม่มีคู่กรณีได้ (ประกันชั้น 1) แต่เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงจะดีกว่า เพราะแต่ละบริษัทมีเงื่อนไขและวิธีเคลมประกันที่ต่างกันออกไป ในบางครั้งคุณเองอาจต้องควักเงินจ่ายเพิ่มเติม โดยเฉพาะค่า Excess ตามจุดความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม    
โทรหาศูนย์บริการลูกค้า ธีร์ ทำดีแคร์  0961929698

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้