ไฟน้ำมันขึ้นอย่าฝืนขับ ! ปั๊มอยู่ไกลรับมือแบบนี้ !

122 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ไฟน้ำมันขึ้นอย่าฝืนขับ ! ปั๊มอยู่ไกลรับมือแบบนี้ !

ไฟน้ำมันขึ้นอย่าฝืนขับ     ปั๊มอยู่ไกลรับมือแบบนี้    

บางครั้งในตอนใช้รถ คุณอาจเผลอไม่ได้มองเกจ์วัดน้ำมัน จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่มีคนใช้รถคนไหนอยากเผชิญคือ รถน้ำมันหมด โดยเฉพาะไปหมดบนเส้นทางต่างจังหวัดที่ปั๊มน้ำมันแต่ละจุดห่างไกลเหลือเกิน หากเหตุการณ์น้ำมันหมด รอคุณอยู่ตรงหน้า ทว่าบนเส้นทางไม่คุ้นเคย ปั๊มอยู่ตรงไหนไม่รู้ จะมีวิธีรับมือหรือป้องกันเหตุการณ์เหล่านี้ยังไงได้บ้าง

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน อย่างรถน้ำมันใกล้หมดเต็มที่ แถมยังเดินทางคนเดียวในช่วงเวลากลางคืน มิหนำซ้ำยังเป็นเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ปั๊มน้ำมันอยู่ไกล หลายคนคงเกิดความลนลาน ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อ ถ้าอย่างนั้นลองมาดู 7 วิธีรับมือกันหน่อยดีกว่า

1. หาปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด
ทางออกที่ดีที่สุดและเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับ เมื่อรู้ตัวว่าน้ำมันรถใกล้หมดเต็มที คือ การมองหาปั๊มน้ำมันที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อรีบเติมน้ำมันในทันที โดยวิธีที่ง่ายที่สุดหรือหาจาก Maps โดยพิมพ์คำว่า ปั๊มน้ำมันใกล้ฉันที่สุด เพราะถ้าหากคุณฝืนขับรถต่อไปเรื่อย ๆ จนรถน้ำมันหมดกลางทาง และต้องจอดอยู่กลางถนน อาจทำให้เกิดอันตรายตามมาได้

2. เลี้ยงความเร็วให้คงที่
ไม่ว่าคุณจะรีบไปถึงปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุดแค่ไหน แต่การเร่งเครื่องยนต์โดยไม่จำเป็น หรือมีการเร่งเครื่องยนต์ผิดวิธี เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รถน้ำมันหมดเร็วขึ้น ดังนั้นถ้าคุณไม่อยากให้น้ำมันหมดกลางทาง ควรควบคุมความเร็วให้คงที่ประมาณ 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง

3. เหยียบเบรคเท่าที่จำเป็น
เนื่องจากการเหยียบเบรครถยนต์บ่อย โดยไม่มีความจำเป็น จะทำให้ความเร็วของรถไม่คงที่ และต้องเหยียบคันเร่งเพื่อให้รถยนต์กลับมาอยู่ในความเร็วปกติอยู่บ่อย ๆ ซึ่งการเหยียบคันเร่งถี่เกินไป หรือเหยียบคันเร่งไม่ถูกต้อง จะทำให้การสูบฉีดต้องใช้น้ำมันมากขึ้น

4. ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดในรถ
ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเพราะอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถยนต์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ, วิทยุ และเครื่องปรับอากาศ หากปิดการทำงานจะช่วยให้คุณประหยัดน้ำมันได้ 10-20 เปอร์เซ็นต์

5. ปิดหน้าต่างขณะขับรถ
แม้ว่าการเปิดเครื่องปรับอากาศจะทำให้คุณรู้สึกอึดอัด ร้อน หายใจไม่ออก แต่การเปิดกระจกรถยนต์ทั้งบาน จะทำให้รถเกิด แรงต้าน กับลม ส่งผลให้ต้องใช้แรงขับเคลื่อนมากกว่าเดิม ทางที่ดีควรปิดหน้าต่างขณะขับรถ หรือแง้มกระจกลงเพียงเล็กน้อยให้พอมีลมพัดผ่านเข้ามา เพื่อประหยัดน้ำมัน

6. เข้าเกียร์ว่างขณะจอดรถติดไฟแดง
การเข้าเกียร์ว่างขณะจอดรถติดไฟแดง หรือรถยนต์จอดนิ่งสนิทสักระยะหนึ่ง จะช่วยลดการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์

7. พกถังน้ำมันสำรองติดรถไว้เสมอ
ถังน้ำมันสำรองถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่รถทุกคันที่เดินทางไกลควรมีติดไว้ เพราะหากต้องเดินทางไกล หรือต้องเดินทางไปในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก รวมถึงไม่มีปั๊มน้ำมัน อย่างน้อยยังสามารถอุ่นใจได้ว่ายังมีน้ำมันสำรองเตรียมไว้อยู่

 

การปล่อยให้รถน้ำมันหมดกลางทาง ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณร้อนอกร้อนใจเพียงอย่างเดียว แต่การปล่อยให้น้ำมันหมดเกลี้ยงถังอยู่บ่อย ๆ รวมถึงเหลือน้อยกว่า 1/4 ของถังน้ำมัน อาจทำให้เครื่องยนต์และปั๊มติ๊กได้รับความเสียหายตามไปด้วย เพราะฉะนั้นควรหมั่นเติมน้ำมันให้อยู่ในปริมาณ 3/4 ของตัวถังเสมอ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้คุณอุ่นใจ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่พังเสียหายอีกด้วย

 

รู้มั้ย  ถ้าน้ำมันหมดเหลือ 0 ขีด วิ่งต่อได้แค่ไหน
หากน้ำมันเหลือ 0 หรือขึ้นไฟกะพริบ ตัวเลขโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 40-50 กิโลเมตร แต่ถ้าอยากคิดให้แม่นยำจริง ๆ ต้องดูที่อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันของรถเป็นหลัก เช่น รถของคุณมีอัตราบริโภคน้ำมันที่ 15 กิโลเมตร/ลิตร ถ้าวิ่งได้ตามนี้จริง น้ำมันที่เหลือเพียง 10 ลิตร จะวิ่งได้ราว ๆ 120-150 กิโลเมตร แต่ควรเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉินด้วย เพราะอาจวิ่งได้ระยะทางน้อยกว่านี้ แนะนำว่าไม่ควรรอให้สุดจริง ๆ และควรหาปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด เพื่อเติมน้ำมันรถทันที

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม    
โทรหาศูนย์บริการลูกค้า ธีร์ ทำดีแคร์ 0961929698

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้