32 จำนวนผู้เข้าชม |
ประกันรถยนต์ ที่เหมาะในช่วงหน้าฝน เลือกแบบไหนดีที่สุด
ทำไมหน้าฝนถึงเป็นช่วงที่รถยนต์มีความเสี่ยงสูง
หน้าฝนเป็นช่วงที่สภาพถนนและการขับขี่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ฝนตกหนักทำให้ถนนลื่น น้ำขังบนพื้นถนนทำให้รถเสียการทรงตัว รถเกิดอาการเหินน้ำได้ง่าย รวมถึงทัศนวิสัยที่ลดลงจากฝน หมอก และละอองน้ำจากรถคันหน้า สิ่งเหล่านี้เพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุทั้งเล็กและใหญ่
นอกจากนี้ หลายพื้นที่ยังมีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะถนนในเมือง ซอยต่ำ อุโมงค์ ทางลอด หรือพื้นที่จอดรถที่ระบายน้ำไม่ทัน รถยนต์ที่จอดอยู่เฉย ๆ ก็อาจได้รับความเสียหายได้ เช่น น้ำเข้าห้องโดยสาร ระบบไฟฟ้าเสีย เครื่องยนต์พัง หรือกลิ่นอับภายในรถ
ความเสี่ยงหลักของรถยนต์ในช่วงหน้าฝน
ช่วงหน้าฝนผู้ขับขี่ต้องเจอกับความเสี่ยงหลายด้านที่เสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ ดังนี้
ถนนลื่นและเบรกไม่อยู่
เมื่อฝนตก พื้นถนนจะมีน้ำผสมกับฝุ่น คราบน้ำมัน และสิ่งสกปรก ทำให้ยางรถเกาะถนนได้น้อยลง ระยะเบรกยาวขึ้น และมีโอกาสลื่นไถลมากกว่าปกติ โดยเฉพาะเวลาขับเร็ว เข้าโค้ง หรือเบรกกะทันหัน
น้ำท่วมขังและน้ำเข้าเครื่องยนต์
น้ำท่วมเป็นปัญหาสำคัญที่เจ้าของรถกังวลมากที่สุดในหน้าฝน เพราะความเสียหายจากน้ำอาจมีค่าใช้จ่ายสูงมาก โดยเฉพาะกรณีขับรถลุยน้ำท่วม น้ำเข้าเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้าเสีย หรือกล่องควบคุมรถได้รับความเสียหาย
ทัศนวิสัยแย่ มองทางไม่ชัด
ฝนตกหนักทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นทางได้น้อยลง กระจกหน้าเป็นฝ้า ไฟท้ายรถคันหน้าไม่ชัด หรือมีละอองน้ำบังสายตา สภาพแบบนี้ทำให้การตัดสินใจช้าลง และเพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุ
รถเสียกลางทาง
ช่วงฝนตก รถอาจมีปัญหาได้ง่าย เช่น แบตเตอรี่เสื่อม ระบบไฟฟ้าขัดข้อง ยางรั่ว หรือเครื่องยนต์ดับหลังขับผ่านน้ำขัง หากรถเสียกลางทางในช่วงฝนตกหนักจะยิ่งลำบากและอันตราย
ประกันรถยนต์แบบไหนเหมาะที่สุดในช่วงหน้าฝน
การเลือกประกันรถยนต์ ที่เหมาะในช่วงหน้าฝน ควรดูตามพฤติกรรมการใช้รถ อายุรถ และความเสี่ยงของพื้นที่ที่ขับขี่เป็นประจำ โดยประกันรถยนต์ที่เหมาะในช่วงหน้าฝน มีดังนี้
ประกันรถยนต์ชั้น 1
ประกันรถยนต์ชั้น 1 เหมาะที่สุดในช่วงหน้าฝน เพราะให้ความคุ้มครองครอบคลุมเมื่อเทียบกับประกันประเภทอื่น โดยประกันรถยนต์ชั้น 1 มักคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของเรา ความเสียหายต่อรถคู่กรณี ความรับผิดต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอก รวมถึงกรณีน้ำท่วมรถ รถหาย และไฟไหม้อีกด้วย
ประกันรถยนต์ชั้น 2+
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ก็เป็นประเภทประกันรถที่เหมาะในช่วงหน้าฝนเช่นเดียวกันกับประกันชั้น 1 อีกทั้งยังควบคุมค่าเบี้ยให้อยู่ในงบที่เหมาะสม ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คุ้มครองกรณีรถชนกับยานพาหนะทางบก รวมถึงรถหาย ไฟไหม้ และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และในบางแผนประกันชั้น 2+ อาจมีเพิ่มความคุ้มครองเรื่องน้ำท่วมรถเข้ามาด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงื่อนไขในกรมธรรม์ และยังมีข้อควรระวัง เนื่องจาก ประกันชั้น 2+ ไม่ได้คุ้มครองความเสียหายแบบไม่มีคู่กรณี เช่น ชนเสา ชนกำแพง ขูดฟุตบาท รถเสียหลักลงข้างทาง หากเกิดเหตุนี้ช่วงฝนตก คุณอาจมีความเสี่ยงรับผิดชอบความเสียหายเอง
ประกันรถยนต์ชั้น 3+
ประกันรถยนต์ชั้น 3+ ก็ยังสามารถเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนใช้รถน้อย โดยทั่วไปจะคุ้มครองกรณีรถชนกับยานพาหนะทางบก และคุ้มครองความเสียหายของคู่กรณีตามเงื่อนไข แต่ก็ยังมีบางบริษัทที่ให้ความคุ้มครองน้ำท่วมรถอยู่ควรตรวจสอบความคุ้มครองเงื่อนไขในกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจซื้อ
ขับรถหน้าฝนอย่างไรให้ปลอดภัยและลดโอกาสเคลม
การขับรถหน้าฝน ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญมากควรลดความเร็วเมื่อฝนตก เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากขึ้น เปิดไฟหน้าเมื่อทัศนวิสัยไม่ดี หลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหัน และไม่ควรขับรถลุยน้ำท่วม หากไม่มั่นใจระดับน้ำ เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายรุนแรง นอกจากนี้ ควรตรวจเช็ครถก่อนเข้าหน้าฝน เช่น ยางรถยนต์ ดอกยาง เบรก ใบปัดน้ำฝน ไฟหน้า ไฟท้าย และแบตเตอรี่ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้มีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในการขับขี่
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทรหาศูนย์บริการลูกค้า ธีร์ ทำดีแคร์ 0961929698