ทริคขับรถสำหรับคนท้อง ขับอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งแม่และลูก

167 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ทริคขับรถสำหรับคนท้อง ขับอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งแม่และลูก

ทริคขับรถสำหรับคนท้อง ขับอย่างไรให้ปลอดภัยทั้งแม่และลูก

การที่ผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่ได้หมายความว่าจะต้องหยุดขับรถทันที คุณแม่หลายคนยังสามารถขับรถไปทำงาน ไปพบแพทย์ หรือทำธุระในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ เพียงแต่ร่างกายในช่วงตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านรูปร่าง ฮอร์โมน ความเหนื่อยล้า จึงจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังมากกว่าปกติ


คนท้องขับรถได้ ถึงกี่เดือน
     คนท้องสามารถขับรถยนต์ได้ จนถึงช่วงใกล้คลอด หากสุขภาพร่างกายแข็งแรงและไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ แต่ในทางปฏิบัติ ช่วงเดือนท้ายไตรมาสที่ 3 (เดือนที่ 7-9) ควรลดระยะทางและหลีกเลี่ยงการเดินทางคนเดียว หรือให้ผู้อื่นขับรถแทนโดยเฉพาะเมื่อใกล้กำหนดคลอด ซึ่งแต่จะมีช่วงเวลาและข้อควรระวังสำคัญที่ควรพิจารณา ดังนี้

   อายุครรภ์ 1-3 เดือน
     ในช่วงการตั้งครรภ์ไตรมาสแรก อายุครรภ์ 1-3 เดือน ไม่แนะนำให้ขับรถ (หรือควรเลี่ยงเท่าที่ทำได้) เนื่องจากเป็นช่วงที่มีอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ เวียนหัว อ่อนเพลีย และง่วงนอนกะทันหันจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่ตัวอ้อนกำลังฝังตัว หากเลี่ยงไม่ได้ควรให้คนอื่นขับแทน

   อายุครรภ์ 4-6 เดือน
     ช่วงประมาณอายุครรภ์ 4-6 เดือนเป็นช่วงที่ขับรถได้ปลอดภัยที่สุด เพราะอาการแพ้ท้องเริ่มลดลง ร่างกายปรับตัวได้ดี และท้องยังไม่ใหญ่จนเกินไป อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังเรื่องท่านั่งและการเดินทางไกลและคุณแม่ยังต้องพักเป็นระยะและคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างถูกต้องเสมอ

   อายุครรภ์ 7-9 เดือน
     เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุครรภ์ 7-9 เดือน ควรงดการขับรถเด็ดขาด หน้าท้องจะมีขนาดใหญ่ขึ้น ศูนย์ถ่วงของร่างกายเปลี่ยนไป และคุณแม่อาจมีอาการปวดหลัง ปวดเชิงกราน ขาบวม เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่วงใกล้กำหนดคลอดเป็นช่วงที่มีโอกาสเจ็บครรภ์ น้ำเดิน หรือภาวะฉุกเฉินสามารถเกิดขึ้นระหว่างทางได้ หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรให้สมาชิกในครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิดเป็นผู้ขับรถแทน และหลีกเลี่ยงการเดินทางคนเดียว


10 ทริคขับรถสำหรับคนท้องปลอดภัยทั้งแม่และลูก
     การขับรถในช่วงตั้งครรภ์ถือเป็นเรื่องที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อให้คุณแม่เดินทางได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยตลอดเส้นทางนี่คือทริคขับรถสำหรับคนท้องปลอดภัยทั้งแม่และลูก

   ประเมินอาการก่อนสตาร์ตรถทุกครั้ง
     ก่อนออกเดินทางควรถามตัวเองว่า วันนี้มีอาการเวียนศีรษะ ง่วงมาก คลื่นไส้ ตาพร่ามัว ใจสั่น ปวดท้อง หรือรู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติหรือไม่ หากรู้สึกไม่พร้อม ไม่ควรคิดว่าเป็นเพียงระยะทางสั้น ๆ แล้วฝืนขับ เพราะอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ การให้คนอื่นขับรถแทน เรียกรถโดยสาร หรือเลื่อนการเดินทางออกไป เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

   ปรับเบาะให้อยู่ในท่านั่งตรงและสบาย
     หนึ่งในทริคขับรถสำหรับคนท้อง ที่สำคัญคือการปรับเบาะให้เหมาะกับสรีระที่เปลี่ยนไป ควรนั่งหลังตรง และเว้นระยะระหว่างหน้าท้องกับพวงมาลัยให้มากที่สุด โดยยังสามารถควบคุมพวงมาลัยและแป้นเหยียบได้อย่างสบาย ให้แผ่นหลังแนบกับพนักพิง และหลีกเลี่ยงการปรับเบาะเอนมากเกินไป เพราะอาจทำให้เข็มขัดนิรภัยไม่แนบกับร่างกายอย่างเหมาะสม

   ปรับพวงมาลัยให้หันเข้าหาหน้าอก
     หากรถสามารถปรับระดับพวงมาลัยได้ ควรปรับให้จุดกึ่งกลางของพวงมาลัยหันเข้าหาหน้าอก ไม่ควรหันตรงเข้าหาหน้าท้องหรือใบหน้า การปรับตำแหน่งนี้ช่วยให้ทิศทางของถุงลมนิรภัยอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมมากขึ้น และช่วยเพิ่มระยะห่างระหว่างท้องกับพวงมาลัย

   คาดเข็มขัดนิรภัยแบบสามจุดทุกครั้ง
     คุณแม่ควรคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง ไม่ว่าจะขับรถหรือนั่งโดยสาร และไม่ว่าจะเดินทางใกล้หรือไกล แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์คาดเข็มขัดนิรภัยตลอดทุกช่วงของการตั้งครรภ์ เพราะช่วยปกป้องทั้งคุณแม่และทารกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

   อย่าปิดถุงลมนิรภัย
     คุณแม่บางคนกังวลว่าถุงลมนิรภัยอาจเป็นอันตรายต่อลูกในครรภ์ จึงคิดว่าควรปิดระบบถุงลมนิรภัย แต่โดยทั่วไปไม่ควรปิดถุงลมนิรภัยสำหรับคนขับ เพราะเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัยถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกัน เข็มขัดจะช่วยยึดร่างกายให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ส่วนถุงลมนิรภัยช่วยลดแรงกระแทกบริเวณศีรษะและลำตัว นอกจากนี้หากขับรถโดยไม่คาดเข็มขัดนิรภัยมีโทษปรับอีกด้วย

   หลีกเลี่ยงการขับรถเป็นเวลานาน
     การนั่งอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานอาจทำให้ปวดหลัง ขาบวม รู้สึกไม่สบายตัว และทำให้การไหลเวียนเลือดบริเวณขาลดลง โดยเฉพาะการเดินทางที่ใช้เวลาหลายชั่วโมง หากจำเป็นต้องเดินทางไกล ควรหยุดพักเป็นระยะ ลงจากรถเพื่อเดินและยืดกล้ามเนื้อ

   เตรียมน้ำดื่มและของว่างไว้ในรถ
     อาการเหนื่อย เวียนศีรษะ และอ่อนเพลียสามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่จึงควรเตรียมน้ำดื่มสะอาดและของว่างที่รับประทานง่าย เช่น ผลไม้ แครกเกอร์ หรือถั่วในปริมาณที่เหมาะสม

   เลือกรองเท้าที่ควบคุมแป้นเหยียบได้ดี
     ควรเลือกรองเท้าที่กระชับ ไม่ลื่น และไม่หลุดออกจากเท้าง่าย หลีกเลี่ยงรองเท้าส้นสูง รองเท้าแตะที่หลวม หรือรองเท้าที่มีพื้นหนาจนไม่สามารถรับรู้แรงกดของแป้นเบรกได้อย่างชัดเจน

   วางแผนเส้นทางก่อนออกเดินทาง
     ควรเลือกเส้นทางที่คุ้นเคย ถนนไม่ขรุขระ และมีสถานที่ให้หยุดพักหรือเข้าห้องน้ำได้ หลีกเลี่ยงเส้นทางที่รถติดหนัก ถนนที่กำลังก่อสร้าง หรือเส้นทางห่างไกลโรงพยาบาล โดยเฉพาะในช่วงใกล้คลอด

   เตรียมข้อมูลฉุกเฉินและสมุดฝากครรภ์
     ควรบันทึกเบอร์โทรของคนในครอบครัว โรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ บริษัทประกันภัย และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินไว้ในโทรศัพท์ รวมถึงพกสมุดฝากครรภ์หรือข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ติดตัว โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไกล และควรแชร์เส้นทางหรือจุดหมายปลายทางให้คนใกล้ชิดทราบ


วิธีคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับคนท้องอย่างถูกต้อง
     การคาดเข็มขัดผิดตำแหน่งอาจทำให้แรงกระแทกลงบริเวณหน้าท้องโดยตรง ดังนั้น คุณแม่ควรตรวจตำแหน่งเข็มขัดทุกครั้งก่อนจะขับรถยนต์ โดยวิธีคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับคนท้องอย่างถูกต้องมีดังนี้

   ตำแหน่งสายคาดส่วนล่าง
     วางสายเข็มขัดให้ต่ำที่สุดใต้หน้าท้อง โดยให้พาดผ่านสะโพกและกระดูกเชิงกราน สายควรแนบกับร่างกาย ไม่หย่อนหรือบิดเป็นเกลียว ไม่ควรวางสายเข็มขัดพาดกลางหน้าท้องหรือเหนือหน้าท้อง เพราะเมื่อเกิดการเบรกกะทันหันหรือการชน แรงจากเข็มขัดอาจกดลงบนมดลูกได้

   ตำแหน่งสายคาดไหล่
     สายคาดไหล่ควรพาดผ่านกลางหน้าอก อยู่ระหว่างหน้าอก และพาดผ่านด้านข้างของหน้าท้อง ไม่ควรวางสายไว้ใต้แขน ใต้รักแร้ หรือด้านหลัง เพราะจะลดประสิทธิภาพในการยึดลำตัวส่วนบน หากสายพาดชิดคอ ควรปรับระดับจุดยึดเข็มขัดหรือปรับตำแหน่งเบาะ แต่อย่านำสายออกจากหัวไหล่


          หัวใจของทริคขับรถสำหรับคนท้อง คือการไม่ฝืนร่างกาย ปรับเบาะและพวงมาลัยให้เหมาะสม คาดเข็มขัดนิรภัยอย่างถูกวิธี เปิดถุงลมนิรภัยไว้ และหลีกเลี่ยงการเดินทางไกลคนเดียว เมื่อเข้าสู่ช่วงใกล้คลอดหรือเริ่มควบคุมรถไม่สะดวก ควรให้คนอื่นขับรถแทน


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม    
โทรหาศูนย์บริการลูกค้า ธีร์ ทำดีแคร์  0961929698

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้