305 จำนวนผู้เข้าชม |
ต่อประกันรถยนต์ที่เดิม หรือเปลี่ยนบริษัทใหม่ แบบไหนคุ้มกว่ากัน
ใกล้ถึงวันหมดอายุประกันรถทีไร หลายคนมักเจอคำถามเดิมว่า ต่อประกันรถยนต์ที่เดิม ไปเลยดีไหม เพราะคุ้นเคยกับบริการอยู่แล้ว หรือควรลองเช็คบริษัทประกันใหม่ เผื่อได้เบี้ยถูกกว่าและความคุ้มครองที่ตอบโจทย์กว่าเดิม
ต่อประกันรถยนต์ที่เดิม หรือเปลี่ยนบริษัทใหม่ แบบไหนดีกว่า
จริง ๆ แล้วทั้งการ ต่อประกันรถยนต์ที่เดิม และการเปลี่ยนบริษัทประกันต่างก็มีข้อดีและข้อควรพิจารณาคนละแบบ ไม่ได้หมายความว่าต่อที่เดิมจะดีที่สุดเสมอไป และก็ไม่ได้หมายความว่าการเปลี่ยนบริษัททุกปีจะประหยัดกว่าเสมอเช่นกัน สิ่งสำคัญคือควรดูทั้งราคา ความคุ้มครอง ทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก เงื่อนไขการซ่อม และประสบการณ์เคลมที่ผ่านมา ก่อนตัดสินใจว่าปีนี้ควรเลือกทางไหนถึงจะเหมาะกับรถและกระเป๋าเงินของเรามากที่สุด
ข้อดีของการต่อประกันรถยนต์ที่เดิม
การต่อประกันรถยนต์ที่เดิม ก็มีข้อดีหลายอย่าง หลายคนเลือกต่อประกันรถยนต์ที่เดิม ติดต่อกันหลายปี เพราะรู้สึกสะดวกและมั่นใจในบริษัทเดิม โดยเฉพาะคนที่เคยมีประสบการณ์เคลมแล้วรู้สึกว่าบริษัทดูแลดี ซึ่งข้อดีของการต่อประกันรถยนต์ที่เดิมมีดังนี้
ไม่ต้องเริ่มศึกษาบริษัทใหม่ทั้งหมด
ข้อดีที่เห็นได้ชัดของการ ต่อประกันรถยนต์ที่เดิม คือความสะดวก เพราะเรารู้จักบริษัทอยู่แล้ว ทั้งช่องทางแจ้งเคลม ขั้นตอนการติดต่อ ศูนย์บริการ อู่ในเครือ หรือรูปแบบการให้บริการของบริษัทนั้น หากปีที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา การต่อที่เดิมก็ช่วยลดเวลาในการศึกษาบริษัทใหม่ได้พอสมควร
มีประวัติกรมธรรม์และการเคลมต่อเนื่อง
บริษัทประกันเดิมมีข้อมูลการทำประกันและประวัติการเคลมของรถอยู่แล้ว การต่อประกันรถยนต์ที่เดิม จึงอาจทำให้ขั้นตอนบางอย่างง่ายขึ้น โดยเฉพาะรถที่มีประวัติการทำประกันต่อเนื่องและไม่มีประวัติเคลมหนัก อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขการรับประกันและส่วนลดจะขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท ไม่ได้หมายความว่าการอยู่บริษัทเดิมจะได้รับส่วนลดเสมอไป
ถ้าบริการเคลมดี ก็ไม่ต้องเสี่ยงเปลี่ยน
บางครั้งเบี้ยประกันต่างกันไม่มาก แต่ประสบการณ์หลังเกิดอุบัติเหตุกลับสำคัญกว่า ถ้าปีที่ผ่านมาเราเคยแจ้งเคลมแล้วพบว่าบริษัทส่งเจ้าหน้าที่รวดเร็ว ติดต่อสะดวก อนุมัติซ่อมไม่ยุ่งยาก และอู่หรือศูนย์ซ่อมได้มาตรฐาน การต่อประกันรถยนต์ที่เดิม ก็อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แม้ราคาอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกที่สุดก็ตาม
อาจได้รับข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าต่ออายุ
บริษัทประกันบางแห่งมีโปรโมชั่นหรือข้อเสนอสำหรับลูกค้าเดิม เช่น ส่วนลดเบี้ย ของสมนาคุณ หรือเงื่อนไขพิเศษบางอย่าง ก่อนตัดสินใจ ต่อประกันรถยนต์ที่เดิม จึงควรถามให้ชัดว่าราคาที่ได้รับเป็นราคาต่ออายุแล้วหรือยัง และมีโปรโมชั่นอื่นเพิ่มเติมอีกหรือไม่
ข้อควรพิจารณาก่อนต่อประกันรถยนต์ที่เดิม
ข้อควรพิจารณาก่อนต่อประกันรถยนต์ที่เดิม ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกสบาย แต่คือการตรวจสอบว่าเบี้ยประกัน ความคุ้มครอง และทุนประกันในปีนี้ ยังคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานจริงของคุณอยู่หรือไม่
ราคาอาจไม่ได้ถูกที่สุด
ข้อเสนอจากบริษัทเดิมอาจดี แต่ไม่ได้แปลว่าจะดีที่สุดในตลาดเสมอไป บางปีบริษัทประกันอื่นอาจมีแผนใหม่ โปรโมชั่น หรือการกำหนดเบี้ยที่เหมาะกับรุ่นรถและอายุรถของเรามากกว่า หากรีบ ต่อประกันรถยนต์ที่เดิม โดยไม่เปรียบเทียบเลย ก็อาจพลาดตัวเลือกที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกันในราคาที่น่าสนใจกว่า
ความคุ้มครองอาจไม่ตรงกับการใช้รถในปัจจุบัน
พฤติกรรมการใช้รถของคนเราสามารถเปลี่ยนได้ทุกปี เช่น ปีที่แล้วขับรถไปทำงานทุกวัน แต่ปีนี้ทำงานที่บ้านมากขึ้น หรือมีรถอีกคันและใช้รถคันเดิมน้อยลง แผนประกันเดิมอาจไม่ได้เหมาะกับการใช้งานเหมือนเมื่อก่อน ดังนั้นก่อน ต่อประกันรถยนต์ที่เดิม ควรถามตัวเองก่อนว่าเราใช้รถเหมือนปีที่แล้วหรือไม่
ทุนประกันอาจลดลงตามอายุรถ
เมื่อรถมีอายุมากขึ้น มูลค่ารถโดยทั่วไปก็ลดลงตามสภาพและราคาตลาด บริษัทประกันจึงอาจเสนอทุนประกันปีใหม่ต่ำกว่าปีก่อน สิ่งที่ควรทำคือดูว่าทุนประกันที่ได้รับเหมาะสมกับมูลค่ารถหรือไม่ ไม่ควรดูเฉพาะว่าเบี้ยสำหรับ ต่อประกันรถยนต์ที่เดิม ถูกลงเท่าไร
ข้อดีของการเปลี่ยนบริษัทประกันรถยนต์ใหม่
อีกทางเลือกหนึ่งของเจ้าของรถคือไม่ ต่อประกันรถยนต์ที่เดิม แต่ย้ายไปบริษัทใหม่ ซึ่งในบางกรณีก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายหรือได้เงื่อนไขที่เหมาะกว่า ดังนี้
มีโอกาสได้ราคาใหม่ที่ดีกว่า
ตลาดประกันรถยนต์มีการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่ละบริษัทจึงมีการออกผลิตภัณฑ์และโปรโมชั่นแตกต่างกันไปตามช่วงเวลา การขอใบเสนอราคาจากหลายบริษัทก่อนตัดสินใจ ต่อประกันรถยนต์ที่เดิม จะช่วยให้เห็นว่าราคาที่บริษัทเดิมเสนอสมเหตุสมผลหรือไม่
เลือกความคุ้มครองให้เหมาะกับรถมากขึ้น
รถที่มีอายุ 2 ปี กับรถที่มีอายุ 10 ปี อาจไม่ได้ต้องการรูปแบบประกันเหมือนกัน เมื่อรถมีอายุมากขึ้น เจ้าของรถบางคนอาจพิจารณาเปลี่ยนจากประกันชั้น 1 ไปเป็นประกัน 2+ หรือประกันชั้น 3+ เพื่อลดค่าใช้จ่าย ขณะที่บางคนยังต้องการชั้น 1 เพราะต้องการความคุ้มครองอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณีด้วย จึงควรเปรียบเทียบแผนอื่นก่อน ต่อประกันรถยนต์ที่เดิม ทุกครั้ง
เปลี่ยนเงื่อนไขซ่อมให้เหมาะกับความต้องการ
บางคนอาจต้องการซ่อมศูนย์เพราะรถยังใหม่ ขณะที่รถอายุหลายปีอาจเลือกซ่อมอู่ในเครือเพื่อช่วยลดเบี้ยได้ ถ้าบริษัทเดิมไม่มีตัวเลือกที่เหมาะ การย้ายบริษัทก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการ ต่อประกันรถยนต์ที่เดิม
ข้อควรพิจารณาก่อนเปลี่ยนบริษัทประกันรถยนต์
ข้อควรพิจารณาก่อนเปลี่ยนบริษัทประกันรถยนต์ ที่เจ้าของรถควรรู้ก่อนตัดสินใจย้ายค่าย เพื่อป้องกันปัญหาความยุ่งยากด้านการตรวจสภาพ และมั่นใจในมาตรฐานการเคลมของบริษัทใหม่
รถอาจต้องตรวจสภาพก่อนทำประกัน
โดยเฉพาะการทำประกันรถยนต์ชั้น 1 บริษัทใหม่บางแห่งอาจกำหนดให้มีการตรวจสภาพรถก่อนเริ่มคุ้มครอง เพื่อบันทึกรอยหรือความเสียหายเดิมของรถ รูปแบบการตรวจอาจแตกต่างกัน เช่น นัดเจ้าหน้าที่มาตรวจ ถ่ายรูปผ่านระบบออนไลน์ หรือผ่านช่องทางอื่นของบริษัทประกัน จึงควรถามเรื่องนี้ก่อนปฏิเสธข้อเสนอ ต่อประกันรถยนต์ที่เดิม
ต้องตรวจสอบอู่และศูนย์ในเครือใหม่
หากมีอู่หรือศูนย์ซ่อมที่ใช้ประจำ ควรตรวจสอบว่าบริษัทใหม่มีสถานที่ดังกล่าวอยู่ในเครือหรือไม่ ไม่เช่นนั้น เวลาต้องนำรถเข้าซ่อมจริงอาจไม่สะดวกเท่าบริษัทเดิม
ต้องศึกษาการบริการเคลมของบริษัทใหม่
ราคาถูกเป็นเรื่องดี แต่ประกันรถยนต์เป็นสินค้าที่เราเห็นคุณค่าชัดที่สุดตอนเกิดเหตุก่อนย้ายจากการต่อประกันรถยนต์ที่เดิม ไปบริษัทใหม่ จึงควรพิจารณาทั้งชื่อเสียงด้านการบริการ ช่องทางแจ้งเคลม จำนวนอู่หรือศูนย์ในเครือ และเงื่อนไขกรมธรรม์ควบคู่กัน
วิธีเลือกว่าควรต่อประกันรถยนต์ที่เดิมหรือเปลี่ยนบริษัทใหม่
วิธีเลือกว่าควรต่อประกันรถยนต์ที่เดิมหรือเปลี่ยนบริษัทใหม่ ไม่ได้วัดกันแค่เรื่องเบี้ยประกันถูกหรือแพง แต่ต้องดูที่ความคุ้มค่าและคุณภาพบริการที่คุณได้รับตลอดทั้งปี โดยสามารถพิจารณาได้จากสิ่งเหล่านี้
ถ้าบริษัทเดิมบริการดี ให้คะแนนก่อน
ลองย้อนดูประสบการณ์ตลอดปีที่ผ่านมา หากเคยเกิดเหตุ บริษัทส่งเจ้าหน้าที่รวดเร็วไหม ติดต่อ Call Center ยากหรือไม่ อนุมัติซ่อมสะดวกหรือเปล่า ถ้าคำตอบส่วนใหญ่เป็นบวก การ ต่อประกันรถยนต์ที่เดิม ก็มีข้อได้เปรียบ เพราะเรารู้คุณภาพบริการจริงแล้ว
ขอราคาใหม่อย่างน้อย 2–3 บริษัท
แม้ตั้งใจต่อประกันรถยนต์ที่เดิม ก็ควรขอราคาเปรียบเทียบไว้ก่อน สิ่งสำคัญคือควรเปรียบเทียบแผนที่มีเงื่อนไขใกล้เคียงกัน เช่น ชั้นประกันเดียวกัน ทุนประกันใกล้กัน และประเภทการซ่อมเหมือนกัน
อย่าเปรียบเทียบแค่ตัวเลขเบี้ย
ตัวอย่างเช่น บริษัท ก. เบี้ย 12,000 บาท แต่ทุนประกัน 500,000 บาท ไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก บริษัท ข. เบี้ย 10,500 บาท แต่ทุนประกัน 400,000 บาท และมีค่าเสียหายส่วนแรก 3,000 บาท ถ้าดูแค่เบี้ย บริษัท ข. ดูถูกกว่า แต่เมื่อดูรายละเอียดทั้งหมดแล้วอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่คุ้มที่สุด
ดูว่าการใช้รถของเราปีนี้เปลี่ยนไปไหม
หากใช้รถน้อยลง มีรถหลายคัน หรือรถมีอายุมากขึ้น อาจถึงเวลาปรับแผนประกันใหม่ แต่ถ้ายังใช้รถหนักเหมือนเดิมและต้องการความอุ่นใจจากความคุ้มครองเดิม การต่อประกันรถยนต์ที่เดิม อาจง่ายและเหมาะกว่า
สุดท้ายแล้วการต่อประกันรถยนต์ที่เดิม หรือเปลี่ยนบริษัทประกันใหม่ ไม่มีคำตอบตายตัวว่าแบบไหนคุ้มกว่ากัน เพราะต้องดูทั้งราคาเบี้ยประกัน ทุนประกัน ประเภทการซ่อม ค่าเสียหายส่วนแรก เครือข่ายอู่ รวมถึงบริการหลังการขายประกอบกัน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทรหาศูนย์บริการลูกค้า ธีร์ ทำดีแคร์ 0961929698