รถเหม็นอับหลังน้ำท่วม แก้อย่างไร พร้อมวิธีทำความสะอาด

228 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รถเหม็นอับหลังน้ำท่วม แก้อย่างไร พร้อมวิธีทำความสะอาด

รถเหม็นอับหลังน้ำท่วม แก้อย่างไร พร้อมวิธีทำความสะอาด

   หลังน้ำลด หลายคนอาจคิดว่าแค่ล้างคราบโคลน เช็ดเบาะ แล้วเปิดประตูรถตากลมก็เพียงพอ แต่ความจริงแล้วความชื้นและน้ำสกปรกสามารถซึมเข้าไปตามพรม เบาะ วัสดุซับเสียง และช่องแอร์ได้ ทำให้เกิดปัญหา รถเหม็นอับหลังน้ำท่วม ตามมา แม้ภายนอกจะดูสะอาดแล้วก็ตาม

รถเหม็นอับหลังน้ำท่วม เกิดจากอะไร
     สาเหตุหลักของ รถเหม็นอับหลังน้ำท่วม คือความชื้นที่ยังคงอยู่ภายในรถ โดยเฉพาะจุดที่มีวัสดุประเภทผ้า ฟองน้ำ พรม และฉนวน ซึ่งสามารถดูดซับน้ำได้มากกว่าที่เห็นจากภายนอก โดยสาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้

   น้ำขังอยู่ใต้พรมรถ
     พื้นรถไม่ได้มีเพียงพรมชั้นที่เราเห็น แต่รถหลายรุ่นยังมีวัสดุซับเสียง ฟองน้ำ หรือฉนวนอยู่ด้านล่าง หากน้ำท่วมเข้าไปถึงพื้นห้องโดยสาร วัสดุเหล่านี้สามารถอุ้มน้ำไว้เป็นเวลานาน ดังนั้นการใช้ผ้าเช็ดหรือเครื่องดูดน้ำทำความสะอาดเฉพาะพรมด้านบนอาจไม่เพียงพอ และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของ รถเหม็นอับหลังน้ำท่วม

    เบาะรถดูดซับน้ำ
     โดยเฉพาะเบาะผ้าหรือเบาะที่มีฟองน้ำอยู่ภายใน หากถูกน้ำท่วม ฟองน้ำสามารถเก็บความชื้นเอาไว้ได้ แม้ผิวด้านนอกจะเริ่มแห้งแล้วก็ตาม ถ้าความชื้นออกไม่หมด อาจเกิดทั้งกลิ่นอับ คราบ และเชื้อราตามมาได้

   มีเศษโคลนหรือสิ่งสกปรกตกค้าง
     น้ำท่วมบนถนนไม่ใช่น้ำสะอาด และอาจพาตะกอน ดิน โคลน เศษใบไม้ หรือสิ่งปนเปื้อนเข้ามาในรถ หากมีเศษสกปรกหลงเหลืออยู่ใต้เบาะ ซอกเบาะ หรือใต้พรม เมื่อรวมกับความชื้นก็สามารถทำให้ รถเหม็นอับหลังน้ำท่วม รุนแรงขึ้นได้

   ความชื้นสะสมในระบบปรับอากาศ
     ถ้าน้ำเข้ารถมาก หรือรถอยู่ในพื้นที่มีความชื้นสูงเป็นเวลานาน กลิ่นอับอาจมาจากระบบปรับอากาศ เช่น ไส้กรองแอร์ ตู้แอร์ หรือบริเวณทางเดินอากาศ อาการที่สังเกตได้ง่ายคือ ตอนยังไม่เปิดแอร์กลิ่นภายในรถไม่แรงมาก แต่เมื่อเปิดแอร์แล้วกลับมีกลิ่นอับออกมาจากช่องแอร์


วิธีทำความสะอาดรถเหม็นอับหลังน้ำท่วม
     หากรถถูกน้ำท่วมและเริ่มมีกลิ่น อย่าเพิ่งรีบฉีดน้ำหอมหรือสเปรย์ดับกลิ่น เพราะเป็นเพียงการกลบกลิ่นชั่วคราว วิธีทำความสะอาดรถเหม็นอับหลังน้ำท่วม สามารถทำตามได้ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เช็คก่อนว่าน้ำท่วมสูงแค่ไหน
     ก่อนเริ่มทำความสะอาด ควรประเมินระดับน้ำที่รถเจอมาก่อน ถ้าน้ำอยู่เพียงบริเวณพื้นเล็กน้อย การทำความสะอาดภายในอาจจัดการได้ไม่ยาก แต่ถ้าน้ำขึ้นสูงถึงใต้เบาะ แผงคอนโซล ระบบไฟ หรือเครื่องยนต์ ควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะกรณีรถที่ถูกน้ำท่วมหนัก ไม่ควรรีบเปิดสวิตช์ไฟหรือสตาร์ทรถจนกว่าจะมั่นใจว่าระบบไฟฟ้าและเครื่องยนต์ปลอดภัย

ขั้นตอนที่ 2 ถ่ายรูปความเสียหายก่อนทำความสะอาด
     ถ้ารถมีประกันคุ้มครองน้ำท่วมและความเสียหายอาจอยู่ในความคุ้มครอง ควรถ่ายภาพหรือวิดีโอเก็บไว้ก่อนเริ่มรื้อ ล้าง หรือทิ้งวัสดุที่เสียหาย ควรถ่ายให้เห็นระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำ พื้นรถ พรม เบาะ แผงประตู จุดที่มีคราบโคลน ทรัพย์สินหรืออุปกรณ์ภายในรถที่เสียหาย นอกจากช่วยเก็บหลักฐานแล้ว ยังใช้เปรียบเทียบหลังทำความสะอาดได้อีกด้วย

ขั้นตอนที่ 3 เอาน้ำออกจากรถให้เร็วที่สุด
     หากยังมีน้ำขังอยู่บริเวณพื้นรถ ควรนำออกก่อนเป็นอันดับแรก อาจใช้เครื่องดูดน้ำสำหรับงานเปียก หรือให้ร้านทำความสะอาดรถดูดน้ำออก ยิ่งปล่อยน้ำและความชื้นไว้นาน ปัญหารถเหม็นอับหลังน้ำท่วม ก็ยิ่งแก้ยากขึ้น

ขั้นตอนที่ 4 ถอดพรมรถออกมาทำความสะอาด
     ถ้าพรมสามารถถอดออกได้ ควรนำออกมาล้างแยกจากตัวรถ เริ่มจากกำจัดเศษโคลนและสิ่งสกปรกออกก่อน จากนั้นทำความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับวัสดุ และต้องทำให้แห้งสนิทก่อนนำกลับเข้ารถ สิ่งสำคัญคือ อย่าดูแค่ด้านบนของพรม เพราะปัญหา รถเหม็นอับหลังน้ำท่วม หลายครั้งซ่อนอยู่ที่ด้านล่าง

ขั้นตอนที่ 5 เช็คใต้พรมและวัสดุซับเสียง
     นี่เป็นหนึ่งในจุดที่ไม่ควรมองข้าม หลังยกพรมขึ้น อาจพบชั้นฟองน้ำหรือวัสดุซับเสียงด้านล่างซึ่งยังเปียกอยู่ แม้พรมด้านบนจะแห้งแล้ว วัสดุประเภทฟองน้ำสามารถอุ้มน้ำได้มาก หากยังมีความชื้นเหลืออยู่ กลิ่นอับอาจกลับมาอีกหลังจากประกอบรถเสร็จ หากวัสดุบางชิ้นเปียกหนัก มีคราบสกปรกมาก เกิดเชื้อรา หรือไม่สามารถทำให้แห้งและสะอาดได้ อาจต้องพิจารณาเปลี่ยนใหม่

ขั้นตอนที่ 6 ทำความสะอาดพื้นรถ
     หลังถอดพรมออกแล้ว ควรทำความสะอาดพื้นโลหะของรถให้ทั่ว โดยเอาโคลน ดิน และคราบน้ำสกปรกออกให้หมด สำหรับพื้นผิวแข็ง แนวทางการทำความสะอาดหลังน้ำท่วมของ แนะนำให้ใช้น้ำร่วมกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสม และทำให้พื้นผิวแห้งสนิทหลังทำความสะอาด ควรให้ความสำคัญกับซอกต่าง ๆ เช่น รอยต่อของตัวถัง

   ใต้รางเบาะ
   มุมพื้นรถ
   ขอบประตู
   ช่องเก็บของด้านท้ายรถ

เพราะโคลนและความชื้นสามารถหลบอยู่ตามบริเวณเหล่านี้ได้

ขั้นตอนที่ 7 ทำความสะอาดเบาะรถ
     หากน้ำท่วมถึงเบาะ ควรตรวจให้แน่ใจว่าน้ำซึมเข้าไปถึงด้านในหรือไม่ ซึ่งอาจทำให้เบาะรถยนต์มีกลิ่นอับได้ โดยเบาะรถยนต์แต่ละประเภทมีวิธีจัดการดังนี้

   เบาะผ้า : เบาะผ้าสามารถดูดน้ำได้มาก หากเปียกเพียงผิวด้านนอก อาจใช้เครื่องดูดน้ำร่วมกับการทำความสะอาดและเป่าให้แห้งได้ แต่หากน้ำซึมเข้าไปถึงฟองน้ำเป็นเวลานาน การทำให้แห้งสนิทอาจใช้เวลามาก และควรพิจารณาให้ร้านที่มีอุปกรณ์เฉพาะทางจัดการ

  เบาะหนังหรือหนังสังเคราะห์ : ควรเช็ดสิ่งสกปรกออกด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับวัสดุ และตรวจรอยต่อ ตะเข็บ รวมถึงฟองน้ำด้านใน เพราะแม้พื้นผิวหนังจะดูแห้ง แต่น้ำอาจซึมผ่านรอยต่อเข้าไปด้านในได้
 

ขั้นตอนที่ 8 ทำความสะอาดแผงประตูและซอกต่าง ๆ
     น้ำท่วมสามารถพาโคลนเข้าไปถึงบริเวณที่ปกติเราแทบไม่เคยทำความสะอาด เช่น

   ขอบยางประตู
   ช่องเก็บของข้างประตู
   ใต้แผงประตู
   รางเบาะ
   เข็มขัดนิรภัย
   ใต้คอนโซลบางส่วน
 
    หากบริเวณเหล่านี้ยังมีคราบน้ำหรือโคลนอยู่ ก็อาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้ รถเหม็นอับหลังน้ำท่วม แม้ทำความสะอาดพรมไปแล้ว

ขั้นตอนที่ 9 ตรวจและเปลี่ยนกรองแอร์
     หากรถสะอาดแล้วแต่เปิดแอร์รถมีกลิ่นอับออกมาควรตรวจกรองแอร์ กรองแอร์มีหน้าที่ดักฝุ่นและสิ่งสกปรกก่อนอากาศเข้าสู่ห้องโดยสาร หากกรองแอร์ได้รับความชื้น มีคราบสกปรก หรือมีกลิ่นติดอยู่ การเปลี่ยนกรองใหม่อาจช่วยลดกลิ่นได้ แต่ถ้าเปลี่ยนแล้วกลิ่นยังไม่หาย อาจต้องตรวจลึกไปถึงระบบปรับอากาศ

ขั้นตอนที่ 10 ล้างตู้แอร์หากยังมีกลิ่น
     กรณีรถเหม็นอับหลังน้ำท่วม โดยกลิ่นออกมาชัดเจนเฉพาะตอนเปิดแอร์ อาจไม่ได้เกิดจากพรมหรือเบาะเพียงอย่างเดียว ควรให้ช่างตรวจ คอยล์เย็น ตู้แอร์ ถาดรองน้ำ ท่อน้ำทิ้ง ช่องทางเดินอากาศ หากมีคราบหรือสิ่งสกปรกเข้าไปในระบบ การทำความสะอาดเฉพาะภายในห้องโดยสารอาจไม่สามารถแก้กลิ่นได้ทั้งหมด

ขั้นตอนที่ 11 ทำให้รถแห้งสนิท
     ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะเป้าหมายของการแก้ รถเหม็นอับหลังน้ำท่วม ไม่ใช่แค่ทำให้พื้นผิวดูแห้ง แต่ต้องลดความชื้นที่ซ่อนอยู่ในวัสดุต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด ควรเปิดประตูหรือช่องทางให้อากาศถ่ายเทในพื้นที่ปลอดภัย และสามารถใช้เครื่องลดความชื้นหรืออุปกรณ์เป่าลมช่วยได้ตามความเหมาะสม

 รถเหม็นอับหลังน้ำท่วม ใช้อะไรดับกลิ่นได้บ้าง
     อาการรถเหม็นอับหลังน้ำท่วม ผลิตภัณฑ์ดูดกลิ่นสามารถช่วยลดกลิ่นที่เหลืออยู่ได้ แต่ควรใช้หลังจากกำจัดน้ำ ความชื้น และสิ่งสกปรกแล้วเท่านั้น โดยสิ่งที่ใช้อะไรดับรถเหม็นอับหลังน้ำท่วมได้ มีดังนี้

   เบกกิ้งโซดา
     สามารถใช้ช่วยดูดกลิ่นบนพรมหรือวัสดุบางประเภทได้ โดยต้องระวังไม่ให้ผงเข้าไปในช่องแอร์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า และควรดูดออกให้หมดหลังใช้งาน

   ถ่านดูดกลิ่น
     สามารถวางไว้ในรถเพื่อช่วยดูดกลิ่นและความชื้นบางส่วนหลังทำความสะอาดแล้ว แต่ถ้ายังมีพรมเปียกหรือมีเชื้อราอยู่ การวางถ่านเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ รถเหม็นอับหลังน้ำท่วม ที่ต้นเหตุได้

   ผลิตภัณฑ์กำจัดกลิ่นสำหรับรถยนต์
     สามารถใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังรถแห้งและสะอาดแล้ว ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับวัสดุภายในรถ และทำตามคำแนะนำของผู้ผลิต


จุดที่ต้องเช็คเพิ่มหลังรถถูกน้ำท่วม
     นอกจากนี้ยังมีจุดอื่นๆ ที่ต้องเช็คเพิ่มเติม หลังจากที่รถถูกน้ำท่วม โดยควรตรวจเช็คตามจุดเหล่านี้

    ระบบไฟฟ้า น้ำและความชื้นสามารถส่งผลต่อขั้วต่อ สายไฟ เซ็นเซอร์ และกล่องควบคุมต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะหากรถแช่น้ำเป็นเวลานาน

   น้ำมันและของเหลวต่าง ๆ ถ้ารถถูกน้ำท่วมสูง ควรให้ช่างตรวจว่าน้ำเข้าไปปนกับของเหลวในระบบต่าง ๆ หรือไม่ ก่อนใช้งานรถต่อ


      ระบบเบรก รถที่ลุยน้ำหรือแช่น้ำควรได้รับการตรวจระบบเบรก โดยเฉพาะหากมีโคลนหรือสิ่งสกปรกเข้าไปบริเวณชุดเบรก

    ลูกปืนล้อและชิ้นส่วนช่วงล่าง หากรถแช่น้ำเป็นเวลานาน ควรตรวจลูกปืน ข้อต่อ และชิ้นส่วนช่วงล่างต่าง ๆ เพราะน้ำและสิ่งสกปรกอาจเข้าไปในบริเวณซีลหรือจุดเคลื่อนไหวได้

   ระบบของรถ EV และ Hybrid รถไฟฟ้าและรถไฮบริดมีระบบไฟแรงดันสูง จึงไม่ควรถอดชิ้นส่วนหรือเปิดอุปกรณ์ระบบไฟแรงดันสูงด้วยตัวเองหลังรถถูกน้ำท่วม หากน้ำขึ้นสูงหรือพบข้อความเตือน ควรติดต่อศูนย์บริการหรือผู้เชี่ยวชาญของรถรุ่นนั้นโดยตรง



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม    
โทรหาศูนย์บริการลูกค้า ธีร์ ทำดีแคร์  0961929698

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้