กรณีรถหาย ประกันและกฎหมายช่วยได้แค่ไหน?
รถหายไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยเฉพาะรถที่นิยมในตลาดมือสองหรือมีอุปกรณ์แต่งราคาแพง หากเกิดขึ้นจริง ทั้งกฎหมายและประกันภัย จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือผู้เสียหาย
กฎหมายคุ้มครองอย่างไร1.แจ้งความทันที → ผู้เสียหายต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุภายใน 24 ชม. เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีฐาน “ลักทรัพย์”
2.ตำรวจติดตาม → คดีรถหายอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจ โดยอาจประสานงานกับกรมการขนส่งฯ เพื่อสกัดการโอนรถ
3.สิทธิผู้เสียหาย → หากไม่พบรถ ผู้เสียหายสามารถใช้เอกสารการแจ้งความเพื่อยื่นเคลมประกัน (ถ้ามี)
ประกันภัยคุ้มครองแค่ไหน?พ.ร.บ. รถยนต์- ไม่คุ้มครองกรณีรถหาย
- พ.ร.บ. คุ้มครองเฉพาะ “ผู้ประสบภัยจากรถ” เช่น บาดเจ็บ/เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
ประกันภัยภาคสมัครใจ- ชั้น 1 → คุ้มครองกรณีรถหาย, รถถูกลักทรัพย์, ถูกปล้นจี้
- ชั้น 2+ → คุ้มครองรถหาย (เฉพาะแผนที่รวม “ภัยโจรกรรม”)
- ชั้น 2 และ 3/3+ → ไม่คุ้มครองรถหาย
เอกสารที่ใช้เคลมเมื่อรถหาย- ใบแจ้งความจากตำรวจ
- สำเนาทะเบียนรถ/เล่มคู่มือจดทะเบียน
- กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์
- บัตรประชาชน/ใบขับขี่ผู้เอาประกัน
บริษัทประกันจะมี ระยะเวลารอ (waiting period) ประมาณ 30 วัน เผื่อกรณีรถถูกพบก่อนจ่ายค่าสินไหม
ตารางสรุป “รถหาย ประกันและกฎหมายช่วยได้แค่ประเภท | คุ้มครอง/ไม่คุ้มครอง | หมายเหตุ |
พ.ร.บ. รถยนต์ | ❌ ไม่คุ้มครองรถหาย | คุ้มครองเฉพาะคนเจ็บ/เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ |
ประกันชั้น 1 | ✅ คุ้มครองเต็มจำนวน (ตามทุนประกัน) | ครอบคลุมโจรกรรม, ปล้น, ชิงทรัพย์ |
ประกันชั้น 2+ | ✅ คุ้มครองรถหาย | ต้องเป็นแผนที่รวม “ภัยโจรกรรม” |
ประกันชั้น 2, 3, 3+ | ❌ ไม่คุ้มครอง | ครอบคลุมเฉพาะอุบัติเหตุ |
กฎหมายอาญา | ✅ เอาผิดผู้ก่อเหตุ | โทษฐานลักทรัพย์ จำคุก 1–5 ปี ปรับ 20,000–100,000 บาท |
สรุป- รถหาย = พ.ร.บ. ไม่คุ้มครอง ต้องพึ่งประกันภาคสมัครใจ (ชั้น 1 หรือ 2+ ที่มีความคุ้มครองโจรกรรม)
- กฎหมายอาญาดำเนินคดีลักทรัพย์ แต่กว่าจะได้รถคืนอาจใช้เวลานาน
- เพื่อความอุ่นใจ เจ้าของรถควรทำ ประกันที่มีภัยโจรกรรม และเก็บหลักฐานรถ เช่น เลขเครื่อง–เลขตัวถัง ไว้ให้พร้อม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 
โทรหาศูนย์บริการลูกค้า ธีร์ ทำดีแคร์ 096-192-9698